1st Time เรียนชิบาริที่ญี่ปุ่น (Day 5)


มาที่ญี่ปุ่นให้ความรู้สึกว่าต้องสู้ชีวิตตลอด นอกจากสภาพอากาศที่แปรปรวน เครื่องดื่มอย่างกาแฟก็เข้มเหมือนจะให้ร่างกายกระฉับกระเฉงมีแรงสู้งาน เบียร์ก็ไม่เบา เข้มไม่แพ้กัน จะมานุ่มนวลละมุนเหมือนคราฟท์เบียร์ไทยไม่มี เรียกว่า work hard, play hard always and forever จริงจัง

ในตอนแรกที่รุ้จักชิบาริ มีคำนึงที่ป้าโยยบอกเสมอคือ connection ต้องมีสิ่งนี้เสมอเวลามัด ตอนที่สามารถมัดลอยครั้งแรกให้ป้าเห็น แกบอกว่าดีใจน้ำตาซึม แล้วเห็นว่ามี connection ที่ดีกับนางแบบด้วย ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าคืออะไรหรอก แต่ก็คิดว่ามาถูกทางล่ะ

หน้าร้าน Ogawa Rope ที่หลายคนคุ้นเคย

วันนี้มีไปเรียนกับลุงสตีฟ (Steve Osada) ตอนสองทุ่มที่ Studio Six แต่ด้วยว่าไม่มีอะไรทำ ช่วงบ่ายเลยไปเดินโต๋เต๋ที่ Kurage ร้านลาเท็กส์ชื่อดังที่อยู่ใกล้ที่พักอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วก็ไป Ogawa Rope ร้านเชือกที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคย เชือกปอ jutte ที่ใช้กันในไทยก็มาจากร้านนี้เป็นส่วนใหญ่

ปกติเคยสั่งออนไลน์กับร้านนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ไปเจอหน้าร้าน การไป Ogawa Rope ที่อยู่เมือง Taito ต้องไปลงที่สถานี Uguisudani ชื่อไม่คุ้นและไม่รู้จักแต่อยู่บนสาย Yamanote Line ก็โอเค ไปเลย ใจง่าย (ฮา) สถานีนี้อยู่ห่างจาก Ikebukuro พอสมควร และเหมือนมาอีกโลกนึงเลย เหมือนเป็นเมืองเล็กที่ดูชนบทตัดกับชินจูกุและที่อื่น ๆ สถานีไม่ได้ดูทันสมัยเหมือนสถานีอื่น ๆ ที่เคยเห็น ซึ่งพอออกจากสถานีก็ต้องเดินไปอีกพักใหญ่กว่าจะถึงร้าน Ogawa Rope ดูแลจัดการบริหารโดยสองคนแม่ลูกที่น่ารักมาก คุณแม่คอยช่วยเหลือตลอด พูดญี่ปุ่นไม่ได้ก็เอาโปรแกรมมาช่วยแปล เราก็ควัก google translate มาแปลด้วย สนุกดี ตอนแรกกะจะไปดูว่ามีเชือกอะไรบ้าง ไป ๆ มา ๆ สั่งเชือกเฉย แล้วนี่พอซื้อของเขาเสร็จบอกว่าจะเอาเชือกไปใช้กับชิบาริ สองคนนี่ทำหน้า “อ๋อ” ทันที สงสัยคนซื้อเชือกแกไปใช้เยอะจริง (ฮา) ยังเอาอีเมล์เก่า ๆ มาให้แกดูว่าเคยสั่งกับร้านนี้มาก่อนเมื่อหลายปีก่อน

มาเยือน Studio Six แบบตัวเป็น ๆ

กลับจาก Ogawa Rope ก็ได้พักสักหน่อย แล้วเตรียมตัวไปเรียนคืนนี้ โชคดีที่ Studio Six สามารถเดินไปจากที่พักได้ เลยค่อย ๆ ไป ได้เจอลุงสตีฟตัวจริงก็รู้สึกเกร็ง ๆ เหมือนกัน แกน่าจะเป็นชาวต่างชาติรุ่นแรก ๆ ที่มาศึกษาชิบาริและยังทำงานด้านนี้อยู่ในปัจจุบัน ประวัติศาสตร์แกเยอะ แต่สิ่งที่อยากเรียนกับแกวันนี้ไม่ได้เป็นวิธีการมัด แต่คือ non-verbal communication ตอนคุยก็ไม่รู้คิดไงถึงถามแกว่าสอนเรื่องนี้ได้ไหม เพราะเราเห็นว่าแกศึกษา Yukimura-ryu ซึ่งเป็นสไตล์การมัดของ Yukimura Haruhi ปรมาจารย์ที่เก่งมากคนนึง เราอยากรู้ว่าอะไรคือแก่นของชิบาริในความหมายของแก ซึ่งลุงสตีฟก็แปลกใจ ยังถามเลยว่าทำไมไม่เรียนพวก semenawa เหรอ เห็นสมัยนี้นิยมกัน เราก็บอกว่ารู้สึกไม่น่าใช่ทาง แกก็บอกว่าจริง ๆ semenawa น่ะไม่ใช่เชือกสำหรับทรมาน ถ้าแปลตามตัวอักษรก็ใช่ แต่ความจริงคือเป็นเชือกที่คนมัดเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างโดยไม่สนใจว่าคนถูกมัดจะรู้สึกอย่างไร มันเป็นเชือกที่ฝืนใจน่าจะพูดอย่างนั้นได้ ซึ่งสำหรับแกก็ไม่ใช่ทางนั้นเหมือนกัน แล้วแกก็เริ่มสอนเชือกในสไตล์ของแก เรียกได้ว่าพลิกความรู้ความเข้าใจที่เคยเรียนมาไปอย่างมาก ได้เห็นมุมใหม่ ๆ ของชิบาริ แล้วนางแบบคือคุณ Miru ก็เป็น ukete ที่สัมผัสแล้วแสดงอารมณ์ออกมาให้เห็นได้แทบจะทันที ทำให้การฝึกเป็นไปด้วยดี สไตล์แกมีการรวมเรื่องการต่อสู้เข้ามาด้วย ดังนั้นคนมัดหรือ shibarite จะต้องมีความเตรียมพร้อมและสำรวม วิธีการที่แกสอนทำให้เรารู้สึกว่า connection เป็นสิ่งที่สามารถฝึกฝนได้ และเราว่าน่าสนใจที่จะฝึก เหมือนควบคุมแต่ก็ไม่ควบคุม มีความรวบรัดกระชับ และเหมาะกับ play session มาก แต่จะเป็นแนวทางที่ชอบหรือทำได้กันไหมคงขึ้นกับความพร้อมและความสามารถของแต่ละคน

กว่าจะออกจากสตูดิโอแกก็เกือบเที่ยงคืน เป็นวันที่กลับดึกอีกวัน แต่คิดว่าปมในใจเริ่มคลายออกบ้างแล้ว