ตามล่าหา Bound


เรียกว่าเป็น Life Accomplishment ของปีนี้ได้เลยหลังจากได้ดูสารคดีเรื่อง Bound จบไปเมื่อคืน

สารคดีประมาณหนึ่งชั่วโมงที่เล่าเรื่องราวชิบาริในญี่ปุ่นผ่านผู้หญิงหลายคนในวงการเรื่องนี้กำกับโดย Jean-Armand Bougrelle ซึ่งเริ่มปล่อย trailer นำร่องตั้งแต่เดือน พ.ย. ปี 2020 เราแค่เห็นตัวอย่างสารคดี ก็ตื่นเต้นมาก ตั้งตารอคอยว่าฉบับเสร็จสมบูรณ์จะออกเมื่อไหร่ ซึ่งหลังจากนั้นอีกประมาณหนึ่งปีคือปลายปี 2021 ก็ได้ข่าวว่าสารคดีเรื่องนี้ไปเปิดตัวฉายที่งาน Montreal Festival du Nouveau Cinema ที่ประเทศแคนาดา

ไม่ใช่เพียงเพราะสารคดีเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของชิบาริผ่านมุมมองของผู้หญิงทั้งคนมัดและคนโดนมัด แต่ยังมีสัมภาษณ์ป้าโยย (Yoi Yoshida) ในนั้นด้วย ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เป็นข้อมูลที่สำคัญ ในฐานะคนที่ศึกษาเรื่องนี้ ที่ผ่านมาพบว่าข้อมูลความรู้เรื่องชิบาริในไทยมีน้อยมาก สวนทางกับการเติบโตของงานแนวนี้ในปัจจุบัน และมองว่าถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไป งานชิบาริของไทยในอนาคตจะลำบาก

ชิบาริไม่ได้มีจุดกำเนิดในไทย เป็นสิ่งที่รับมาจากต่างประเทศ เอาแค่วิธีการมัดก็ไม่เหมือนการมัดปกติในไทยแล้ว ซึ่งแบบนี้ก็เหมือนกับเอาพันธุ์ไม้ต่างถิ่นมาปลูกในพื้นที่ ไม่เพียงความรู้เรื่องดินฟ้าอากาศในสถานที่ใหม่ที่ต้องให้ความสนใจ ความรู้ความเข้าใจในเมล็ดพันธุ์ที่นำมาก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อน รวมถึงการทะนุบำรุงถนอมเลี้ยงให้เติบโต ดังนั้น เมื่อความรู้พื้นฐานไม่ชัดเจน จะอ้างอิงก็ดูเลื่อนลอย จะไปต่อก็ติดขัด กลายเป็นความเข้าใจผิดว่ามัดแล้วเยไปเสียหมด จึงจำเป็นต้องมีชุดความรู้ที่เป็นแกนกลาง เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงไปยังสิ่งต่าง ๆ ตามแต่จริตของแต่ละคน เพื่อนำไปประยุกต์ต่อยอดได้

หลังจากสารคดีนี้ไปฉายโชว์ที่แคนาดา เรื่องราวก็เงียบหาย ภายนอกดูสงบ แต่ในใจร้อนเกินจะห้าม เครื่องมันติดแล้วจะให้ดับก็คงยาก อดทนไม่ไหวต้องส่งอีเมล์ไปหาผู้กำกับว่าจะมีสิทธิ์ดูได้อย่างไรบ้างไหม? อยากเอามาฉายให้คนไทยที่สนใจชิบาริได้ดูกัน แกก็ตอบมาดีนะว่าอยากฉายตามงานเทศกาลก่อน เรื่องจะปล่อยให้ดูกันแบบทั่วไปยังไม่คิด ไว้ติดต่อมาอีกทีแล้วกันนะ นี่ก็รอไปสิ รอไปหกเดือนก็ลองส่งอีเมล์ไปถามไถ่ข่าวคราวอีก ซึ่งก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ถามว่ามีแผนจะลง streaming platform ไหนรึเปล่า? ยอมเสียตังค์ดูเลย ก็ไม่มีคำตอบอะไร

แล้วเวลาก็เดินผ่านมาจนถึงกลางปีนี้ ปี 2023 ก็ยังพยายามค้นหาต่อไปว่ามี streaming platform ไหนลงเรื่องนี้บ้าง Youtube, Netflix ไม่ต้องพูดถึง ไม่มีอยู่แล้ว ไปดู MUBI ที่ฉายหลังแนวอาร์ตก็มีแค่คำโปรยแนะนำ แต่ไม่มีในระบบ ค้นไปเรื่อยจนเหมือนเทพแห่งเชือกจะท้อใจในความดื้อด้าน เลยกระซิบบอกผ่าน search engine ว่า บอกมันให้ไปดู Blockbuster ที่เดนมาร์คซิ เท่านั้นแหละทางสว่างเลย

นี่ก็เพิ่งรู้ว่า Blockbuster ยังมีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน นึกว่าโดนรุ่นหลานปีนเกลียวจนหวานเกลี้ยงไปเสียแล้ว แต่ก็เหมือนจะอยู่ได้เฉพาะที่ อาจจะเหมือน Tower Records ที่เหลือแค่สาขาญี่ปุ่นจากเมื่อก่อนมีสาขาแทบทั่วโลก ไปแวะ Blockbuster เดนมาร์คก็หาดูในรายชื่อ อ๊ะ เจอล่ะ แต่ไม่ได้ดูฟรี ต้องเสียตังค์ซื้อ แต่พอกดเข้าไปดูวิธีจ่ายตังค์ เขาบอกว่าคุณต้องอยู่อาศัยในแถบ EU ถึงจะดูได้ อ่ะ ก็หาวิธีจัดการกันไป รับบทเป็นป๋า แก้ปัญหาด้วยเงินรัว ๆ

เกือบเที่ยงคืนเมื่อวาน ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว ว่าจะไปนอน แต่เพื่อไม่ให้เสียเงินและเวลาที่ลงทุนลงแรง ดูหน่อยก็ได้ สารคดีหนึ่งชั่วโมงคงไม่เป็นไร ว่าแล้วก็เปิดดูทันที

มันเป็นหนึ่งชั่วโมงที่มหัศจรรย์มาก สารคดีพาไปพบกับหญิงสาวหลายคนที่อยู่ในวงการชิบาริที่ญี่ปุ่น ซึ่งน่าสนใจว่าได้ยินคำว่าคินบากุ (Kinbaku) มากกว่าคำว่าชิบาริ (Shibari) ไปนั่งฟังเธอเหล่านั้นระลึกความหลัง หลายคนเข้ามาเพราะมีความชอบในใจแต่เด็กเป็นแรงผลักดัน ในขณะที่หลายคนเข้ามาเพราะจังหวะและคนรอบข้างสนับสนุน สื่ออย่างอินเตอร์เน็ตมีส่วนสำคัญในการเผยแพร่เรื่องราวเหล่านี้ ฉากหลังพาไปเห็นยังสถานที่ต่าง ๆ พร้อมบทสนทนาที่ดำเนินต่อไป ความเป็นไปของชีวิตหลังได้พบเจอชิบาริ มุมมองต่อชิบาริของแต่ละคน การดำเนินชีวิตในเส้นทางนี้ ความเป็นส่วนตัว การเปิดเผยหรือปิดบังตัวตนต่อคนใกล้ชิด สำหรับบางคน ชิบาริคือการยอมรับความอ่อนแอของกันและกัน การโอบกอด การมีคนเคียงข้างที่มองโลกในมุมเดียวกัน สำหรับบางคนคือความพึงพอใจที่ได้เห็นการตอบสนองต่อเชือกที่เป็นไปตามที่คิด ซึ่งคำพูดนี้ป้าโยยเคยบอกเมื่อหลายปีก่อนตอนเรียนกับแก ในสารคดีไม่มีบอกเรื่องวิธีการมัดอะไรเลย มีแค่ตอน Murasaki Haruan ย้อนรำลึกถึงอาจารย์ของเธอ Haruki Yukimura ซึ่งเป็นอาจารย์ชิบาริที่เก่งมากและมีแนวทางการมัดของตัวเองที่เรียกว่า Yukimura Ryu ได้เห็นอีกด้านของ Yukimura Ryu ที่แตกต่างจากที่เรียนกับลุงสตีฟ ซึ่งดีงามทั้งหมด

ถ้าได้ดูเรื่องนี้ก่อนไปญี่ปุ่น น่าจะงง แต่พอหลังจากไปญี่ปุ่นมาแล้ว มุมมองต่อชิบาริเปลี่ยนไปเยอะ ดูแล้วก็รู้สึกร่วมได้ดีทีเดียว ที่ชอบอีกอย่างของสารคดีนี้คือสีตรงกับสภาพความเป็นจริงของญี่ปุ่น มีความทึม ๆ ซีด ๆ เหมือนใส่ฟิลเตอร์เทาบาง ๆ ไว้ตลอด

เป็นหนึ่งชั่วโมงที่เต็มอิ่มมาก คุ้่มค่ากับการตามหามาเกือบสามปี

ป.ล. คำว่า ฺBound เป็นคำวิเศษณ์ (adjective) ที่ขยายคำว่ามัด (bind, tied) ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นคือ 縛りชิบารินั่นเอง